วันศุกร์ที่ 22 มีนาคม พ.ศ. 2556

วัดท่าไม้ เที่ยววัดได้บุญ Wood Port เที่ยววู๋ดพอรท์ ได้ความสุข

          ชวนมาเที่ยววัดท่าไม้   ที่ ตำบลท่าไม้  อำเภอกระทุ่มแบน  จังหวัดสมุทรสาคร  ถ้าท่านมาจากถนนเพชรเกษมให้เลี้ยวซ้าย  มีป้ายบอกทางไปกระทุ่มแบน  วิ่งมาจะผ่าน ปั้ม ปตท. ทางขวามือ   วิ่งมาตามทางเรื่อย ๆ  จะเห็นศูนย์โตโยต้า  อยู่ทางซ้ายมือ   ตรงไปอีก จะเห็นป้ายบอกทางไปวัดท่าไม้  ให้กลับรถขวามือ  เข้าซอยวิรุณราษฎร์  จากปากทางตรงไปเรื่อย ๆ ตามทาง เข้าไปประมาณ 4 กม. จะเห็นป้ายวัดท่าไม้  ก่อนถึงวัดท่าไม้จะมีที่เที่ยว สำหรับคนมาเดี่ยว  มาคู่  หรือมาทั้งครอบครัว   เรียกว่า Wood port  บรรยากาศประมาณ  สวนผึ้ง  มีม้า  แกะ   สวนปลา  สวนดอกไม้  น่าถ่ายรูปเก็บเป็นที่ระลึก   อาหารก็มีสเต๊กเฮ้าส์   และ  ร้านกาแฟสด     จะเที่ยวก่อนเข้าวัดท่าไม้ก้อได้    เข้าวัดท่าไม้ก่อนทำบุญแล้วออกมาเที่ยวก็ดี   ทำบุญเบิกบานใจ  แล้วได้พาครอบครัวเที่ยวด้วย   ไม่มา  ไม่ได้แร้ววววว .............    สนใจไปเที่ยววัดท่าไม้  ทำบุญให้เบิกบานใจ  แล้วเที่ยว ชิล  ชิล  สอบถามได้ค่ะ  เบอร์วัดท่าไม้น่ะค่ะ  089-414-2293  , 089-992-2318    

          สำหรับคนที่ต้องการไปปฏิบัติธรรมวัดท่าไม้   รับศีล และลาศีล  รอบแรก 9.00 น.  รอบสอง     14.00  น.  ที่วิหารหลวงพ่อใหญ่  พระหิรัญราช  ค่ะ


พรนเรศวร์เปิดหน้าร้านแล้วค่ะ

          มีที่อยู่ก่ะเขาเสียที  ร้านพรนเรศวร์พระเครื่องเปิดหน้าร้านอยู่ที่  หน้าตลาดกระทุ่มแบน  รถเมล์สีแครีมแดง 189 ผ่านหน้าร้าน ค่ะ  สนใจสอบถามได้น่ะค่ะ  ที่ เบอร์โทร 090-445-9326  AIS  และ 091-549-8126  

วันจันทร์ที่ 5 มีนาคม พ.ศ. 2555

คนที่มีความสุขที่สุดในโลก

คนที่มีความสุขที่สุดในโลก ไม่ใช่คนที่ร่ำรวย
คนที่มีความสุขที่สุดในโลก ไม่ใช่คนที่ประสบความสำเร็จ
แต่คนที่มีความสุขที่สุดในโลก คือ คนที่มีความสบายใจเท่านั้นเอง

และความหมายของความสบายใจ คือ
1. เต็มไปด้วยความเชื่อมั่น เชื่อว่าคุณมีดี และคุณทำได้

2. รู้จักตัวเอง ยอมรับในข้อบกพร่องของตัวเอง และพร้อมจะปรับปรุงเสมอ

3. ไม่ดื้อดึง ถ้าวันวานคุณเคยทำผิดพลาด คุณก็ยินยอมเปลี่ยนแปลงและรับฟังคนอื่น

4. เห็นค่าของตัวเอง คุณไม่คิดว่าตัวเองช่างไร้ค่า คุณจึงมีความสุขในใจเสมอ

5. วิ่งหนีความทุกข์ เมื่อรู้ตัวว่าตกลงไปในความทุกข์ คุณก็รีบหาทางหลุดพ้น ไม่จมอยู่กับมัน

6. กล้าหาญเสมอ คุณกล้าเปลี่ยนแปลงและกล้ารับมือกับสิ่งแปลกใหม่หรือปัญหาต่างๆ

7. มีความฝันใฝ่ เมื่อชีวิตมีจุดหมาย คุณก็จะเดินไปบนถนนชีวิตอย่างมีความหวัง ไม่เลื่อนลอย

8. มีน้ำใจอาทร คุณพบความสุขในใจเสมอถ้าเป็นผู้ให้แก่ผู้อื่น โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน

9. นับถือตัวเอง ไม่ดูถูกตัวเองด้วยการลดคุณค่าและทำในสิ่งที่เสื่อมเสียต่อตัวเอง

10. เติมสีสัน สร้างรอยยิ้มให้ชีวิตของคุณและคนรอบข้าง รู้จักหยอกล้อคนอื่นๆ และตัวเองด้วย

ความสุขนั้นคือพอใจกับวิถีชีวิตของตัวเอง และวางฝันของตัวเองตามกำลังที่ตนทำได้
การได้รับวัตถุและความสำเร็จในหน้าที่การงาน
ทำให้คุณพึงพอใจและยกระดับฐานะของคุณเท่านั้น
เป็นการสร้างเสริมความสุขเพียงภายนอก
และมันมิได้อยู่กับคุณอย่างมั่นคงถาวรตลอดไป
เพราะคนเรานั้นย่อมมีความต้องการเพิ่มขึ้นเสมอไม่มีวันหยุดนิ่ง

ความสุขที่แท้จริงเกิดจากข้างในจิตใจของคนเรา
และถ้าจิตใจของคุณไม่ว่าง เต็มไปด้วยอารมณ์อันตรายต่าง ๆ
ความสุขก็จะเกิดขึ้นได้ยากยิ่ง
เพราะความสุขนั้นมักเกิดขึ้นท่ามกลางความสงบเสมอ

ชีวิตของคนเรานั้นไม่ยืนยาวนัก
คุณสามารถหาความสุขให้ตัวเองได้ตั้งแต่เดี๋ยวนี้
ไม่ต้องมุ่งหวังยามแก่เฒ่า ค่อยอยู่อย่างสงบสุขอย่างที่หลายคนเชื่อกัน
เชื่อเถอะ เราจะสามารถมีความสุขที่สุดในโลกได้ ในตอนนี้
ถ้าเราเริ่มจากตัวเราเอง !!!

วันอังคารที่ 15 พฤศจิกายน พ.ศ. 2554

คำอุทิศส่วนกุศล ของหลวงพ่อฤาษีลิงดำ วัดท่าซุง อุทัยธานี


คำอุทิศส่วนกุศล
อิทัง  ปุญญะผะลัง  ผลบุญใด  ที่ข้าพเจ้าทั้งหลายได้บำเพ็ญแล้ว  ณ  โอกาสนี้
                ข้าพเจ้าทั้งหลาย  ขออุทิศส่วนกุศลนี้  ให้แก่เจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย  ที่เคยล่วงเกินมาแล้ว  แต่ชาติก่อนก็ดี  ชาตินี้ก็ดี  ขอเจ้ากรรมนายเวรทั้งหลาย  จงโมทนา  ส่วนกุศลนี้   ขอจงอโหสิกรรม   ให้แก่ข้าพเจ้า  ตั้งแต่วันนี้  ขอจงอโหสิกรรม  ให้แก่ข้าพเจ้า  ตั้งแต่วันนี้   ตราบเท่าเข้าสู่พระนิพพาน
                และข้าพเจ้าทั้งหลาย  ขออุทิศส่วนกุศลนี้   ให้แก่เทพเจ้าทั้งหลาย  ที่ปกปักรักษาข้าพเจ้า  และเทพเจ้าทั้งหลายทั่วสากลพิภพ  และพระยายมราช  ขอเทพเจ้าทั้งหลาย  และพระยายมราชจงโมทนา  ส่วนกุศลนี้  ขอจงเป็นสักขีพยาน  ในการบำเพ็ญกุศล  ของข้าพเจ้า  ในครั้งนี้ด้วยเถิด 
                และขออุทิศส่วนกุศลนี้  ให้แก่ท่านทั้งหลาย  ที่ล่วงลับไปแล้ว  ที่เสวยความสุขอยู่ก็ดี  เสวยความทุกข์อยู่ก็ดี   เป็นญาติก็ดี  มิใช่ญาติก็ดี   ขอท่านทั้งหลาย  จงโมทนาส่วนกุศลนี้   พึงได้รับประโยชน์   ความสุข  เช่นเดียวกับข้าพเจ้า  จะพึงได้รับ  ณ  กาลบัดเดี๋ยวนี้เถิด
                ผลบุญใด   ที่ข้าพเจ้าทั้งหลาย   ได้บำเพ็ญแล้ว  ณ  โอกาสนี้  ขอผลนี้  จงเป็นปัจจัย   ให้ข้าพเจ้าทั้งหลายได้เข้าถึง  ซึ่งพระนิพาน  ในชาติปัจจุบันนี้เถิด

วันพฤหัสบดีที่ 15 กรกฎาคม พ.ศ. 2553

กฏแห่งกรรม

1. เหตุใดคุณมีเสื้อผ้าแพรพรรณอันงดงามสวมใส่มากมาย  
          เพราะชาติก่อนคุณเคยถวายจีวรแด่พระสงฆ์ 

 2. เหตุใดชาตินี้คุณมีอาหารดีดีรับประทานอยู่เสมอ  
          เพราะชาติก่อนคุณเคยทำทานอาหารแก่คนยากจนในชาติก่อน 

 3. เหตุใดชาตินี้คุณอดอยากยากจน ไม่มีเสื้อผ้าดีดีสวมใส่ 
          เพราะคุณตระหนี่ขี้เหนียวไม่ยอมทำทานคนจน ในชาติก่อน 

 4. เหตุใดชาตินี้คุณมีบ้านเรือนใหญ่โต  
          เพราะคุณเคยถวายข้าวสารเข้าวัดในชาติก่อน 
 5. เหตุใดชาตินี้คุณมีความเจริญรุ่งเรืองและมีความสุขมาก  
          เพราะคุณเคยถวายเงินสร้างวัดในชาติก่อน 

 6. เหตุใดชาตินี้คุณเป็นคนสวย และรูปงาม  
          เพราะคุณเคยถวายดอกไม้สดบูชาพระด้วยความเคารพในชาติก่อน 
 7. เหตุใดชาตินี้คุณเป็นคนฉลาดปราดเปรื่องมีปัญญาดี  
          เพราะคุณเคยเป็นพุทธมามกะและทานมังสวิรัติในชาติก่อน 

 8. เหตุใดชาตินี้คุณเป็นที่รักของทุกๆ คนและมีเพื่อนมากมาย  
          เพราะคุณเคยสร้างมนุษย์สัมพันธ์ที่ดีต่อทุกคนในชาติก่อน 

 9. เหตุใดชาตินี้คุณมีพ่อ แม่อยู่พร้อมหน้า  
          เพราะคุณเคารพและให้ความช่วยเหลือ ไม่ดูแคลนคนไร้าติในชาติก่อน 
 10. เหตุใดชาตินี้คุณเป็นเด็กกำพร้า   
          เพราะคุณเคยยิงนก ตกปลา และพรากสัตว์ในชาติก่อน 

 11. เหตุใดชาตินี้คุณมีอายุยืนแข็งแรง  
          เพราะคุณเคยปล่อยนก ปล่อยปลา สิ่งมีชีวิตในชาติก่อน 

 12. เหตุใดชาตินี้คุณอายุสั้น  
          เพราะชาติก่อนคุณเคยฆ่าสัตว์มากมาย 
 13. เหตุใดชาตินี้คุณเป็นคนรับใช้  
          เพราะชาติก่อนคุณเคยดูถูกเหยียดหยามคนจน 
 14. เหตุใดชาตินี้คุณมีดวงตาสดใส  
          เพราะชาติก่อนคุณเคยเติมน้ำมันตะเกียงและจุดไฟบูชาพระ 

 15. เหตุใดชาตินี้คุณโง่ปัญญาอ่อนและหูหนวก  
          เพราะชาติก่อนคุณเคยด่าว่าและหยาบคายต่อหน้าพ่อแม่ 
 16. เหตุใดชาตินี้คุณต้องตายเพราะยาพิษ 
          เพราะชาติก่อนคุณเจตนาวางยาในต้นน้ำลำธารให้เป็นพิษ 

 17. เหตุใดชาตินี้คุณจึงแขวนคอตาย  
          เพราะชาติก่อนคุณใช้ตะข่ายล่าและดักสัตว์ 
 18. ถ้าชาตินี้คุณฆ่าเขา  
          ชาติหน้าเขาก็จะฆ่าคุณ และจะฆ่ากันไป-มาไม่มีสิ้นสุด 

 19. ถ้าชาตินี้คุณบอกเล่ากฏแห่งกรรม  
          คุณจะเป็นที่เคารพนับถือมากมายในชาติหน้า  

บทขอขมาพระรัตนตรัย

(นะโม ตัสสะ ภะคะวะโต อะระหะโต สัมมาสัมพุทธัสสะ 3 จบ) 

สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต 
อุกาสะ ทะวารัตตะเยนะ กะตัง 
สัพพัง อะปะราธัง ขะมะถะเม ภันเต 
อุกาสะ ขะมามิ ภันเต 

'หากข้าพเจ้า จงใจหรือประมาทพลาดพลั้ง ล่วงเกิน บิดา-มารดา 
ครูบาอาจารย์ พระพุทธ พระธรรม พระอรหันต์ทุกพระองค์ พระอริยสงฆ์เจ้า 
ตลอดจนสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลาย รวมถึงผู้มีพระคุณ 
และท่านเจ้ากรรมนายเวร จะด้วย กาย วาจา ใจ ก็ดี 
ขอได้โปรดอโหสิกรรมแก่ข้าพเจ้าด้วย 

ข้าพเจ้าจะประพฤติตนในทางที่ถูก ที่ชอบ ที่ควร 
ขอบุญบารมี ในอดีตกาลที่ผ่านมาจนถึงปัจจุบัน 
จงส่งผลให้ข้าพเจ้าและครอบครัว 
ตลอดจนบริวารที่เกี่ยวข้อง จงเจริญด้วย อายุ วรรณะ สุขะ พละ 
ลาภ ยศ สุข สรรเสริญ สติ ปัญญา ปฏิภาณ ธนสารสมบัติ อุปสรรคใดๆ 
โรคภัยใดๆ ขอให้มลายสิ้นไป ขอให้ข้าพเจ้ามีความสว่างทั้งทางโลก 
ทางธรรมตั้งแต่บัดนี้ตราบเข้าสู่พระนิพพานเทอญ 
หากมีผู้ใดเคยสร้างเวรสร้างกรรมกับข้าพเจ้า 
ไม่ว่าจะชาติใดภพใดก็ตาม ข้าพเจ้ายินดีอโหสิกรรมให้ 
ขอถอนความพยาบาท ความอาฆาต และคำสาปแช่งในทุกชาติทุกภพ 
ขอให้ข้าพเจ้าพ้นจากคำสาปแช่งของปวงชนของเจ้ากรรมนายเวร' 

( คาถา บทนี้ เป็นคาถาที่ใช้สำหรับขอขมาพระรัตนตรัย 
และใช้เพื่อถอนคำสาปแช่ง ในอดีตชาติ ที่ติดตามมา 
เพราะเราไม่รู้ว่าเคยได้ ล่วงเกินปรามาสใครไปบ้างก็ไม่รู้ ไม่เว้นแม้กระทั่ง 
พระพุทธองค์ พระอรหันต์ พ่อ แม่ เป็นต้น 
เพราะบางคนทำการใดๆ มักมีอุปสรรค หรือมักมีคนไม่ชอบหน้า ) 

ข้อคิด 4 ข้อ ในการดำรงชีวิต ของอ.วชิระเมธี

1.อย่าเป็นนักจับผิด  
       
คนที่คอยจับผิดคนอื่น แสดงว่า หลงตัวเองว่าเป็นคนดีกว่าคนอื่น ไม่เห็นข้อบกพร่องของตนเอง
       " 
กิเลสฟูท่วมหัว ยังไม่รู้จักตัวอีก " 
       
คนที่ชอบจับผิด จิตใจจะหม่นหมอง ไม่มีโอกาส " จิตประภัสสร " ฉะนั้น จงมองคน มองโลกในแง่ดี
       " 
แม้ในสิ่งที่เป็นทุกข์ ถ้ามองเป็น ก็เป็นสุข " 
2.
อย่ามัวแต่คิดริษยา  
       " 
แข่งกันดี ไม่ดีสักคน    ผลัดกันดี ได้ดีทุกคน "
       
คนเราต้องมีพรหมวิหาร คือ เมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา
       
คนที่เราริษยาเป็นการส่วนตัว มีชื่อว่า " เจ้ากรรมนายเวร "   ถ้าเขาสุข เราจะทุกข์  ฉะนั้น เราต้อง ถอดถอน
       
ความริษยาออกจากใจเรา เพราะไฟริษยา เป็น " ไฟสุมขอน " ( ไฟเย็น) เราริษยา คน เราก็มีทุกข์ ก้อน
       
เราสามารถถอดถอนความริษยาออกจากใจเราโดยใช้วิธี
       " 
แผ่เมตตา " หรือ ซื้อโคมมา แล้วเขียนชื่อคนที่เราริษยา แล้วปล่อยให้ลอยไป 
3.
อย่าเสียเวลากับความหลัง 
       90% 
ของคนที่ทุกข์ เกิดจากการย้ำคิดย้ำทำ " ปล่อยไม่ลง ปลงไม่เป็น "
       
มนุษย์ที่สลัดความหลังไม่ออก เหมือนมนุษย์ที่เดินขึ้นเขาพร้อมแบกเครื่องเคราต่างๆ ไว้ที่หลังขึ้นไปด้วย
       
ความทุกข์ที่เกิดขึ้นแล้ว จงปล่อยมันซะ " อย่าปล่อยให้คมมีดแห่งอดีต มากรีดปัจจุบัน "
       " 
อยู่กับปัจจุบันให้เป็น "   ให้กายอยู่กับจิต จิตอยู่กับกาย คือมี " สติ " กำกับตลอดเวลา 
4.
อย่าพังเพราะไม่รู้จักพอ 
       " 
ตัณหา " ที่มีปัญหา คือ ความโลภ ความอยากที่ เกินพอดี เหมือนทะเลไม่เคยอิ่มด้วย น้ำ ไฟไม่เคยอิ่มด้วย เชื้อ 
       
ธรรมชาติของตัณหา คือ " ยิ่งเติมยิ่งไม่เต็ม "
       
ทุกอย่างต้องดูคุณค่าที่แท้ ไม่ใช่ คุณค่าเทียม   เช่น คุณค่า
       
ที่แท้ของนาฬิกา คืออะไร คือ ไว้ดูเวลา ไม่ใช่มีไว้  ใส่เพื่อความโก้หรู   
        คุณค่าที่แท้ของโทรศัพท์มือถือ คืออะไร คือไว้สื่อสาร แต่องค์ประกอบอื่นๆ ที่เสริมมาไม่ใช่ คุณค่าที่แท้ของโทรศัพท์ เราต้องถามตัวเองว่า " เกิดมาทำไม " " คุณค่าที่แท้จริงของการเกิดมาเป็นมนุษย์อยู่ตรงไหน" ตามหา " แก่น " ของชีวิตให้เจอ คำว่า "พอดี" คือถ้า "พอ" แล้วจะ"ดี"   รู้จัก "พอ" จะมีชีวิตอย่างมีความสุข 

       
ท่านที่ได้รับโปรดส่งต่อไปให้แก่คนที่ท่านรักแลปรารถนาดี เป็นบุญเป็นกุศลยิ่งนัก 
       
สัพพะทานัง ธัมมะธานัง ชินาติ 
       ' 
การให้ธรรมะเป็นทาน ชนะการให้ทั้งปวง 
       
จงดลบันดาลให้ท่านและครอบครัว จงประสพแต่ความสุข ความเจริญ ด้วยอายุ วรรณะ สุขะ พละ
       
และปฏิภาณธนสารสมบัติทุกประการ